[Gaara x Naruto] :: THE PRESENT FOR GAARA [YAOI] - Part 2

posted on 17 May 2013 13:10 by bleachpa in FIC-NARUTO
 
 
 

[Gaara x Naruto] :: THE PRESENT FOR GAARA [YAOI] - Part 2
 
 
 

STORY :: Special Happy New Year – The Present For Gaara [YAOI]

PARING :: GAARA x NARUTO

RATE :: PG-13

TIME::  เรื่องนี้อยู่ในช่วงภาค naruto shippuuden หรอภาควายุสลาตัน

NOTE ::  ช่วงเวลาปีใหม่อันเงียบเหงาของนารุโตะ 

                ในที่สุดเขาก็คิดไว้แล้วว่าจะไปอยู่กับใครในช่วงนี้ดี !


 
 
 
ใครยังไม่เคยอ่านเข้าไปอ่านตอนแรกก่อนนะ >>> 

 
 
 
 
 

“ อ้ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!! ”

 

 

ผมรู้สึกเหมือนวันนี้ทั้งวันเทียบได้กับทั้งปีในชีวิตผมเลยทีเดียวทำไมมันนานนักก็ไม่รู้ เวลานี้ผมรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างมันช่างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหวเมื่อค้นพบความจริงอะไรบางอย่าง ตอนนี้ผมไม่กล้าสู้หน้าเจ้าหมอนั้นแล้วจะกลับไปหายิ่งไม่กล้าใหญ่แต่ปัญหาก็คือข้าวของและเงินที่ผมนำติดตัวมามันอยู่ในกระเป๋าเป้ผมนั้นแหละแถมผมยังลืมไว้ที่ห้องทำงานของเจ้านั้นอีก

 

 

‘ อ้าก! ’ ทำไมชีวิตผมถึงได้ซวยอย่างนี้ ขณะที่ผมสติแตกจนไม่ทันได้สนใจอะไรก็มีใครบางคนมาสะกิดหลังผม

 

 

“ หวัดดีคันคุโร่ ” ทันทีที่ผมหันกลับไปก็พบหนุ่มผู้ชอบใส่ชุดสีดำที่มีฮูทคลุมหัวและแต่งหน้าตลอดเวลา ก่อนผมจะรีบหันซ้ายขวาเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาด้วยอีก

 

 

“ นายทำอะไรของนาย ”  

 

 

“  แหะๆ เปล่า!ไม่มีอะไร ” ผมหัวเราะแห้งๆ

 

 

“ งั้นหรอ กาอาระให้ฉันออกมาตามนาย ” ผมรู้สึกสะดุ้งโหยงทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นจนคันคุโร่มองมาอย่างแปลกใจ ทำให้ผมแก้ตัวพัลวัน

 

 

“ แหะๆ  ไม่มีอะไรหรอก ” คนตรงหน้าหรี่ตาลงอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

 

“ งั้นไปกันได้แล้วล่ะ ”

 

 

“ ไม่!!!!! ”

 

 

อ่ะ! ซวยแล้วไงตอนนี้ผมยังไม่พร้อมพบหน้าหมอนั้นนี่หว่าถึงผมจะไม่ได้รังเกียจอะไรเกี่ยวกับความชอบของแต่ละคนหรอกนะ แต่ว่าคนคนนั้นดันเป็นผมด้วยนี่สิ ตอนนี้ผมรู้สึกอารมณ์เรรวนไปหมดบอกเป็นคำพูดไม่ถูกเลยแหะ ผมก็ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มแห้งๆก่อนจะทำเนียนบอกว่าพูดผิดแล้วเดินตามคันคุโร่ไปด้วยความหนักใจ

 

 

“ นี่คันคุโร่ ” ผมเอ่ยขึ้นระหว่างที่เดินไปด้วยกัน

 

 

“ มีอะไรหรอ? ” คันคุโร่หันมามองผม

 

 

“ เอ่อ …. กาอาระชอบคนแบบไหนหรอ ” ผมถามด้วยเสียงแผ่วเบาจนตัวเองยังแปลกใจ ใบหน้าของคันคุโร่ดูงงๆก่อนที่จะตอบ

 

 

“ เอาตามตรง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ” นั้นสินะ แม้แต่คันคุโร่ยังไม่รู้แล้วผมจะรู้คำตอบไหมเนี้ย? ว่าแต่ทำไมผมต้องถามเรื่องนี้ด้วยเนี้ยไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

 

 

“ แต่ว่านะ ” เสียงของคันคุโร่ทำให้ผมหันไปมอง นัยน์ตาของคันคุโร่ดูจริงจังก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

 

 

“ ฉันว่าถ้าเขาชอบคงเป็นคนแบบนายล่ะมั้ง ”

 

 

เอ๊ะ!

 

 

นี่ผมเป็นอะไรไปเนี้ยทำไมหน้าผมถึงได้ร้อนแบบนี้ หัวใจเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ ผมกำลังถูกทำให้หวั่นไหวจากแค่คำพูดประโยคเดียวงั้นหรอ ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ดูเหมือนผมจะหยุดร่างกายตัวเองไม่ได้

 

 

“  เป็นอะไรรึเปล่าหน้าแดงแบบนั้นไข้ขึ้นรึเปล่า รีบไปกินยาก่อน ” คันคุโร่รีบไต่ถาม นี่หน้าผมเห็นชัดขนาดนั้นเลยไม่ได้การแล้ว ผมทำกลบเกลื่อนก่อนจะขอตัวกลับห้องพัก

 

 

ทันทีที่เข้ามาในห้องพักหลังจากที่คันคุโร่เดินมาส่งผมก็ทรุดตัวลงนอนบนที่นอนอย่างหมดแรง พลางพยายามไล่ความคิดทั้งหมดออกจากหัวแต่ทำไมยิ่งไล่มันออกไปเท่าไรผมกลับยิ่งคิดถึงมันนะ เจ้าบ้านั้นช่วยออกไปจากหัวผมที่ได้ไหมผมเอามือจับหัวก่อนจะขยี้มันจนยุ่ง

 

 

“ เฮ้อ! ” ผมได้แต่ถอนหายใจมาถึงที่นี่วันเดียวผมก็หัวหมุนแล้วขืนอยู่ต่ออีกหลายวันดูท่าผมคงจะสลบแน่ๆเลย ที่จริงกว่าผมเดินทางจากโคโนฮะมาถึงนี่ได้ก็ใช้เวลาอยู่หลายวัน วันนี้ที่ผมมาถึงก็ดันเป็นวันก่อนสิ้นปีพอดีหลังจากคืนนี้ขอให้ปีใหม่นี้ผมเจอกับสิ่งดีๆด้วยนะครับ และขอให้ผมได้รับคำตอบเรื่องนี้ด้วยผมได้แต่อธิฐานอยู่ในใจหวังเพียงวันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะคลี่คลายเอง

 

 

 

 

“ ไงนารุโตะ ” เทมาริเรียกผมเสียงใสหลังจากเจ้าตัวกับคันคุโร่กลับมาจากไปรับภารกิจมาเมื่อวาน

 

 

“ สวัสดีทุกคน ” ผมเอ่ยทักตอบก่อนจะสะดุดตากับคนที่ยืนข้างๆเทมารินัยน์ตาสีเขียวสบกับผมวูบนึงก่อนที่ผมจะรีบหลบตาแล้วหันไปมองเทมาริแก้เก้อ

 

 

“ วันนี้จะไปไหนกันดี วันปีใหม่ด้วย ” เทมาริเอ่ยก่อนจะนับนิ้วหาสถานที่ที่พอจะไปในช่วงนี้ได้โดยไปแล้วมันไม่ปิด ผมก็ได้แต่ทำตัวยืนลีบๆอยู่โดยเอาเจ้าคันคุโร่บังผมเอาไว้จากเข้ากาอาระ

 

 

“ ปีใหม่ทั้งทีไปบ่อน้ำพุร้อนก็แล้วกัน ” เทมาริเอ่ยก่อนจะเดินนำเหล่าหนุ่มๆสามหน่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

 

หา ! บ่อน้ำพุร้อน

 

 

ถึงผมจะเคยไปบ่อน้ำพุร้อนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่ทำไมครั้งนี้มันถึงได้ตื่นเต้นแบบนี้เนี้ย ผมรู้สึกแข้งขาทั้งหลายมันดูสั่นไปหมด ร่างบางโผล่หัวออกไปมองภายในบ่อน้ำพุร้อนซึ่งตอนนี้มีเพียงคันคุโร่กับเจ้าคนที่ผมไม่อยากพบหน้าด้วยมากที่สุดในตอนนี้

 

 

ก็ใครใช้ให้เจ้าหมอนี้มียศใหญ่กันเล่าเพียงแค่เดินมาถึงที่นี่เจ้าของบ่อน้ำพุร้อนก็แทบจะปิดกิจการเพื่อรับรองท่านคาเซะคาเงะเลยทีเดียวงานนี้เทมาริเลยต้องไกล่เกลี่ยขอแค่บ่อน้ำพุร้อนแบบแยกชายหญิงในโซนที่เป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ยังไม่กล้าลงไปอยู่ดียิ่งต้องไปโป๊ต่อหน้าเจ้าบ้านั้นอีกผมก็รู้สึกร้อนวาบที่หน้า

 

 

“ นารุโตะลงมาได้แล้ว ” เสียงเรียกของคันคุโร่ทำให้ผมที่ยืนเก้ๆกังๆจำใจต้องปลดผ้าขนหนูก่อนจะรีบวิ่งลงบ่อน้ำพุร้อนหวังว่าไอควันบ้าๆนี่จะพลางผมได้สักหน่อยเหอะ แต่แล้วผมกลับรู้สึกวืดเมื่อลงมาในน้ำได้แล้วแต่ดันก้าวพลาดแย่แล้วไงผมหลับตาสองข้างแน่นเตรียมพบกับความร้อนแต่แล้วก็รู้สึกถึงอ้อมแขนแข็งแรงที่คว้าผมเอาไว้

 

 

“ นาย……. ” ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าก่อนใบหน้าจะรู้สึกร้อนจนแทบจะเป็นลม ร่างของผมตอนนี้แทบจะแนบสนิทชิดเป็นเนื้อเดียวกับร่างสูงตรงหน้าผมอยู่แล้ว >///< ผมใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดดันตัวออกห่างไปให้ไกลที่สุด จากฉากเหตุการณ์ชวนหัวใจYเมื่อครู่ทำให้เหล่าหนุ่มผู้ร่วมใช้บ่อน้ำพุร้อนเงียบเป็นเป้าสากด้วยความกระอักกระอวนใจแก่เหตุการณ์เมื่อครู่

 

 

หลังจากที่ผละออกมาผมก็รีบหันหลังเข้ากำแพงของบ่อน้ำพุร้อนทันที ได้แต่ภาวนาให้เจ้าพวกนี้รีบๆขึ้นเพราะตอนนี้ผมไม่มีหน้าหันไปเจอเจ้าพวกนั้นแล้วยิ่งเจ้าหมอนั้นแล้วให้ตายผมก็จะไม่มีวันไปเจอหน้ามันอีกเด็ดขาด! ผมได้ยินเสียงแว่วๆของคันคุโร่ก่อนจะได้ยินคันคุโร่เรียกกาอาระให้ขึ้นไปด้วยกัน

 

 

เฮ้อ!ไปๆกันได้สักที ผมรอเจ้าพวกนั้นขึ้นไปได้แป๊บนึงรีบแวบขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูมาห่อตัวไว้ก่อนจะได้ยินเสียงแว่วของทั้งคู่มาจากห้องแต่งตัว ด้วยความอยากรู้ผมจึงถือวิสาสะเข้าไปแอบฟัง

 

 

“ นี่นายไปแกล้งอะไรนารุโตะไว้รึเปล่าเนี้ย? ” จากมุมนี้ทั้งคู่ปิดประตูไม่สนิททำให้ผมมองเห็นทั้งสองคนที่อยู่ด้าน

 

 

“ ฉันเห็นหมอนั้นดูท่าทางกลัวๆนายยังไงไม่รู้ ”

 

 

“ ฉันเปล่า ” ทำไมคำตอบสั้นๆแต่กลับทำให้ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆแบบนี้นะ เปล่า…..มันเหมือนว่าเรื่องที่เขาทำกับผมมันดูไม่มีอะไรไม่ใช่สิ่งสำคัญ

 

 

“ นายแน่ใจ ” คำนคุโร่ถามย้ำ ร่างสูงตรงหน้าพยักหน้าลงด้วยสีหน้านิ่งๆประจำตัว

 

 

นี่สินะคือคำตอบ….

 

 

ผมหมุนตัวเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ผมยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดจากอะไร ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองพร่ำเพ้อไปคนเดียวตลอดทั้งมา หวั่นไหวกับความการกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรของเขา จูบนั้นก็คงใช่ด้วยสินะตอนนั้นเขาคงไม่ได้คิดอะไรสินะทั้งหมดมันคงเป็นเพราะบรรยากาศพาไป

 

 

แล้วทำไมต้องมาทำดีกับผมแบบนี้ด้วย มาช่วยผมครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้ทำไมถ้าไม่ได้คิดอะไรกันเลย ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาแต่ทำไมยิ่งเช็ดมันมันกลับยิ่งไหลออกมาผมไม่เข้าใจจริงๆ

 

 

 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแลดูเงียบเหงาเมื่อสมาชิกสี่คนในกลุ่มมีเพียงสองคนที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานพยายามให้บรรยากาศบนโต๊ะครึกครืนแต่ดูท่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ ใบหน้าของเทมาริหันมาหาคันคุโร่ก่อนที่ทั้งคู่จะพยักหน้าพร้อมกัน เจ้าสองตัวนี้ต้องมีอะไรกันแน่ๆ

 

 

ใบหน้าของนินจาหนุ่มแห่งโคโนฮะดูเลื่อนลอยทั้งๆที่พามาลิ้มลองราเมนสูตรของซึนะแท้ๆกลับทำท่าซังกะตายซะแบบนั้น อีกด้านท่านคาเซะคาเงะก็เหมือนจะรับรู้ถึงความผิดปกติแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพื่อช่วยคลี่คลายความน่าอึดอัดนี้เสียเลย ให้ตายสิ! เสียงดังก้องในความคิดของทั้งคู่ก่อนจะหันไปมองซ้ายขวาแล้วปลงตก

 

 

ผมมองชามราเมนที่ผมคนไปมากินแล้วไม่รู้รสชาติเลยแหะ ผมเป็นอะไรไปเนี้ยหรือว่ามันจะจืดเกินไป มือของผมเอื้อมไปจับซอสก่อนจะมีมือของใครอีกคนจับกับมือผมพอดี ความอุ่นจากมืออีกฝ่ายทำให้ผมชักมือกลับแทบไม่ทันใบหน้าหวานมองไล่ไปตามมือของอีกฝ่ายเจ้ากาอาระ

 

 

“ เดี๋ยวฉันมา ” ผมลุกขึ้นยืนก่อนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

 

 

ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมอารมณ์อ่อนไหวจริงๆทำไมกันนะทันทีที่โดนมือนั้นผมก็หัวใจเต้นรัวผมเกลียดตัวเองจริงๆเลยที่เป็นแบบนี้ เขาไม่ได้คิดอะไรกับผม นารุโตะอย่าเป็นคนอ่อนไหวแบบนี้สิผมย้ำกับตัวเองซ้ำๆจนอารมณ์ค่อยๆคงที่

 

 

“ เฮ้อ ” ผมถอนหายใจก่อนหันหลังเพื่อกลับไปที่โต๊ะ แต่กลับพบคนที่ตอนนี้ผมไม่อยากพบมากที่สุด ไม่รู้ผมทำหน้ายังไงใส่เขาแต่ตอนนี้ผมแค่อยากออกไปจากตรงที่ตรงนี้

 

 

ผมเดินสวนกลับมาแต่กลับโดนดึงแขนเอาไว้

 

 

“ ปล่อย ”

 

 

“ ไม่ ” หมอนั้นไม่ปล่อยผมแต่กลับรั้งผมมายืนตรงหน้า นี่ยังต้องการอะไรกันอีก

 

 

“ นายเป็นอะไรไป ” ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของคนตรงหน้าก่อนคนตรงหน้าก่อนจะรู้สึกว่าน้ำตาจะทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่นี่ผมทำไมวันนี้ถึงได้อารมณ์อ่อนไหวแบบนี้เนี้ย มือเรียวของกาอาระเอื้อมมาปาดน้ำตาแต่ผมรีบปัดมันออกทันที เขามองมือตัวเองที่โดนผมปัดด้วยนัยน์ตาตกใจแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ผมมองแล้วไม่เข้าใจ

 

 

“ อย่ามาจับฉัน … ถ้านายไม่ได้คิดอะไรก็เลิกทำดีเลิกมายุ่งกับฉันสักที ” ผมเอามือปาดน้ำตาแต่ยิ่งปาดมันดูยิ่งไหลออกมาร่างผมกลับโดนคนตรงหน้ารั้งไปกอดใบหน้าของผมซุกอยู่กับแผ่นอกของคนตรงหน้า

 

 

“ ถ้าไม่คิดอะไรฉันคงทำแบบนี้ไม่ได้ ” เสียงกระซิบข้างๆหูทำให้ผมได้แต่ยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูกรู้สึกถึงแต่ความอบอุ่นของอ้อมแขนที่แข็งแรงที่กอดผมอยู่ตอนนี้ เอ๋! มัน..มันหมายความว่า สมองผมกำลังประมวลคำพูดแต่กลับโดนทำให้ว่างเข้าไปอีก

 

 

“ และแบบนี้ ” ร่างของคนตรงหน้าผมผละออกมาก่อนที่ฝ่ามืออุ่นจะประคองใบหน้าของผมเอาไว้แล้วก้มลงมารับความหวานจากคนตรงหน้า

 

 

“ เลิกร้องได้แล้ว ” ผมเหมือนมีใครปิดสวิตให้หยุดร้องทันทีตั้งแต่หมอนั้นกอดผมแล้วแต่ดูท่าเขาจะไม่ได้สังเกตใบหน้าที่ปกติเฉยชาวันนี้ทำให้ผมได้รู้ว่าเขาไม่ได้มีอยู่แค่สีหน้าเดียว แค่เห็นแววตาที่เป็นห่วงผม ผมก็รู้สึกอุ่นวาบในใจแล้วแต่ก็อดจะประท้วงไม่ได้

 

 

“ แล้วเป็นเพราะใครกันละ ” ผมต่อว่าถ้าไม่ใช่ใครที่มาทำให้ผมหวั่นไหวจนควบคุมตัวเองไม่ได้เล่า ผมเห็นเจ้ากาอาระยืนทำสีหน้าไม่ถูกจนหลุดขำออกมาไม่ได้

 

 

“ เพราะฉัน? ” อ้าวเฮ้ย! นี่สรุปเจ้าบ้านี่มันรู้รึเปล่าว่าทำให้ผมมาเสียน้ำตาแบบนี้เนี้ย ดูจากท่าทางเขาจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นแบบนี้ทำไมผมอดจะโมโหไม่ได้ เวรกรรมที่สุด!

 

 

เพราะนายนั้นแหละ!!! ” ผมตะโกนใส่หน้าเจ้านั้น ให้ตายสิเคยรู้อะไรกับเขาบ้างไหมหา! เจ้ากาอาระจ้องผมนิ่งๆก่อนที่จะหลุดคำที่ผมไม่คิดว่าคนตรงหน้าพูด

 

 

ขอโทษ

 

 

แค่คำๆเดียวผมก็ใจอ่อนซะแล้ว ให้ตายสิ!

 

 

 

 

ร่างบางในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งคาเซะคาเงะดูง่ำงอ ร่างสูงจับจ้องเอกสารภายในมือก่อนจะเซ็นเอกสารลงไปแล้วหยิบเอกสารใหม่มาเซ็นต่อ ผมหันไปมองเอกสารก็รู้สึกตาลายแล้วหมอนี่ทำแล้วทำอีกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยบ้างหรือไงผมแอบหันไปมองเสี้ยวหน้าของร่างสูงที่นั่งทำงานอยู่ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเริ่มขึ้นสีเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน นี่ผมปล่อยมันทำอย่างงั้นอย่างงี้กับผมได้ยังไงเนี้ย เปลืองตัวชะมัด! ผมได้แต่กรีดร้องในใจก่อนขืนตัวลุกออกมาจากอ้อมแขนแต่กลับโดนรั้งให้อยู่ในนั้น

 

 

“ จะไปไหน ”

 

 

“ ฉัน…ฉัน….ฉันจะกลับห้อง ” ผมคิดอะไรไม่ออกเลยตอบไปแบบนั้น ก่อนที่ร่างสูงจะจับผมลุกขึ้นมาด้วยทำท่าจะไปด้วยกัน

 

 

“ ไม่ต้องไปด้วยหรอก ” ผมรีบพูด ทำให้ร่างสูงมองกลับมาด้วยสายตาตำหนิผมยังไงก็ไม่รู้

 

 

“ ไหนบอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันไง ” ผมได้แต่อ้าปากค้าง หมอนี้กินยาผิดมารึเปล่าครับเนี้ยผมรู้สึกว่าช่วงนี้เขาดูพูดมากขึ้นเรื่อยๆแถมยังมีการทักท้วงสัญญาที่ผมให้ไว้กันเป็นระยะอีก ที่เป็นแบบนี้เพราะผมรึเปล่าเนี้ยอดจะรู้ภูมิใจนิดๆไม่ได้แล้วแหะ

 

 

“ แป๊บเดียวเดี๋ยวฉันก็มาแล้ว ”

 

 

“ ไม่ได้หรอก ” แหงะอยู่ๆเจ้าบ้านี่ก็คว้าผมไปกอดอีกแล้ว ทำไมช่วงนี้เปลืองเนื้อเปลืองตัวอย่างนี้เดี๋ยวก็กอดเดี๋ยวก็จูบ ทำไมถึงได้หื่นแบบนี้ฟ่ะ ถึงผมจะรู้สึกดีต่อการกระทำแบบนี้ก็เหอะ แต่ผมก็อายเป็นเหมือนกันนะครับ แถมหัวใจเต้นรัวแบบนี้บ่อยๆแบบนี้ผมอาจจะเป็นโรคหัวใจวายตายไปซะก่อนก็ได้

 

 

“ นายมีเวลาอยู่กับฉันแค่ช่วงนี้เท่านั้น ” นั้นสินะดูเหมือนผมจะไม่ทันคิดว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันมันสั้นลงทุกที อีกสองวันผมก็ต้องกลับโคโนฮะแล้วสินะ ผมกอดตอบเขาก่อนจะมือตบหลังเบาๆ

 

 

“ พึ่งรู้ว่านายคิดเล็กคิดน้อยด้วยนะเนี้ย ” ผมอดแซวไม่ได้ คนตรงหน้าผมนี่น่ารักจริงๆเลยนี่นา ก่อนจะตัดสินใจพูดคนที่ผมรู้สึกออกไป

 

 

“ ฉันรักนายนะ กาอาระ ” ความรู้สึกนี้ไม่รู้มันมาเมื่อไรแต่ตอนนี้มันเอ่อล้นในใจผมไปหมดแล้ว

 

 

“ นาย… ” อ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นก่อนที่เสียงที่ดังข้างหูมันจะดังก้องในหัว

 

 

” ฉันก็รักนายนารุโตะ ”

 

 

“………”

 

 

อ้า! ผม…ผม…ผมหน้าร้อนไปหมด จู่ๆผมก็รู้สึกมีความสุขแบบสุดๆไปเลย มันบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกจริงๆ

 

 

คิดถูกจริงๆด้วยที่ผมมาที่นี้

ปีใหม่นี้และปีต่อๆไปผมคงไม่ต้องอยู่เหงาคนเดียวอีกแล้วซินะ

ถ้าได้อยู่ด้วยกันแบบนี้

 

 

“ แว้ก! ปล่อยนะ...นายจะทำอะไร ” จู่ๆร่างของผมก็ลอยขึ้น เฮ้ย! เจ้าบ้านี่จับผมอุ้มขึ้นท่าแบบนี้เขาไว้ใช่อุ้มผู้หญิงไม่ใช่หรอ ปล่อยโผ้มมมมม! ร่างสูงที่ก้าวเดินไปโดยไม่สนใจผมโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้พร้อมถ้อยคำชวนคิด

 

 

“ พานายกลับห้องไง ”

 

 

เอ๊ะ! พากลับห้อง สมองผมรีบทำงานแล้วทำไมต้องอุ้มผมแบบนี้ด้วย

 

 

นายจะพาฉันกลับไปทำอะไรหา!

 


ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้นะ !!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ประมาณสิบเอ็ดหน้าเอสี่ในที่สุดก็จบ ! (ปาดเหงื่อ)

ตอนนี้อยากแอบสารภาพบาปว่าตอนนี้ไม่มีพล๊อตมาก่อน 

สังเกตว่าตอนนี้ภาษามันแปลก โตะก็แปลกๆทุกอย่างดูแปลกๆ

แต่ก็เข็นกันมาจนจบได้ แต่งเองยังคิดอยู่เลยทำไมฟิคนี้มันดูเศร้าๆแบบนี้ฟ่ะ

ทำไมกาอาระแกไม่เคลียร์การกระทำของตัวเองหน่อย ทำไมโตะถึงอ่อนไหวแบบนี้ บลาๆ

แต่จะโทษใครได้ก็แต่งเองนิน่า กรรม =_=;;

ไม่รู้จะทำยังไงแล้วสงสัยเป็นเพราะอารมณ์คนแต่งช่วงนี้มันไม่ค่อยมั่นคงรึเปล่าก็ไม่รู้

 

 
 

edit @ 20 May 2013 16:11:47 by bleach_pa

[Gaara x Naruto] :: THE PRESENT FOR GAARA [YAOI] - Part 1

posted on 17 May 2013 12:55 by bleachpa in FIC-NARUTO
 
 
 
[Gaara x Naruto] :: THE PRESENT FOR GAARA [YAOI] - Part 1
 
 
 
 
 

STORY :: Special Happy New Year – The Present For Gaara [YAOI]

PARING :: GAARA x NARUTO

RATE :: PG-13

TIME::  เรื่องนี้อยู่ในช่วงภาค naruto shippuuden หรอภาควายุสลาตัน

NOTE ::  ช่วงเวลาปีใหม่อันเงียบเหงาของนารุโตะ 

                ในที่สุดเขาก็คิดไว้แล้วว่าจะไปอยู่กับใครในช่วงนี้ดี !


 

 

 

บรรยากาศอบอวนไปด้วยความอบอุ่นของช่วงสิ้นปีทำให้อากาศหนาวๆในตอนนี้ดูไม่หนาวอีกต่อไป ร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีทองในชุดนินจาสีส้มประจำตัวเดินทอดน่องตามทางเดินอย่างเอื่อยเฉื่อย นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองไปตามทางเดินอย่างเลื่อนลอย ภาพที่เห็นก่อนหน้านี่แล่นเข้ามาให้หัว

 

 

‘ แม่ฮะ ผมอยากได้ขนมนั้นจังเลย ’ เสียงเด็กชายวัยอายุประมาณห้าหกขวบร้องขึ้นเมื่อเดินผ่านร้านขายขนม มือเล็กๆชี้ไปที่อมยิ้มอันโต

 

 

‘ อยากได้หรอลูกมานี่มา ’ ร่างของผู้เป็นแม่ดึงลูกชายเข้ามาใกล้

 

 

‘ แม่ซื้อให้แล้วห้ามดื้อเข้าใจไหม ’

 

 

‘ เข้าใจครับ ’  ร่างเล็กพยักหน้าอย่างหนักแน่น

 

 

ผมคิดถึงภาพนั้นแล้วรู้สึกเจ็บหัวใจแปลบๆอย่างบอกไม่ถูก ขอบตาร้อนขึ้นมา ผมรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งผมไป แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว

 

 

“ นารุโตะขอโทษจริงๆนะพอดีที่บ้านฉันเรียกให้ไปอยู่ด้วยปีใหม่นี้นะ ” เสียงซากุระดังก้องขึ้นมาให้หัวของเขา

 

 

“ โทษนะ วันนั้นที่บ้านฉันมีกินเลี้ยงกัน ” เสียงชิกามารุดังก้องขึ้นในหัวผมอีกคน

 

 

“ ขอโทษนะ ”

 

 

“ ขอโทษนะ ”

 

 

“ ขอโทษนะ ”

 

 

สุดท้ายก็เหลือเพียงผม ถึงแม้ผมจะรู้ว่าเพื่อนทุกคนไม่ได้อยากทิ้งผมไว้แบบนี้แต่ในช่วงวันปีใหม่แบบนี้เขาก็มีครอบครัวที่ต้องไปอยู่ด้วยอยู่ดี ถึงพวกเราจะเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้ผมกันอย่างครึกครื้นตั้งแต่เมื่อวานแต่ในใจผมตอนนี้มันกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างน่าประหลาด

 

 

ผมคงเห็นแก่ตัวเกินไปที่จะให้ใครมาอยู่ด้วยในวันนี้ ผมตบแก้มตัวเองสองสามทีเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา นารุโตะคนเดิม คนที่ที่ร่าเริงหายไปไหนกัน ผมพยายามเรียกสติตัวเองกลับมา ผมจะมานั่งทำตัวซึมเศร้าหายใจทิ้งไปวันๆในช่วงปีใหม่ไม่ได้ ผมตัดสินใจออกไปหาอะไรทำแต่ว่าจะไปหาใครดีล่ะเนี้ย ในช่วงแบบนี้คนที่เขาจะไม่มีทางปฎิเสธผม ก่อนที่ผมจะค่อยๆยิ้มออกมา

 

 

คิดออกแล้ว!

 

 

 

 

ร่างของชายในชุดเครื่องแบบทหารยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าห้องของผู้ดำรงตัวแหน่งสูงสุดของซึนะ มือที่ยกค้างขึ้นกลางอากาศก่อนจะลดลงข้างลำตัวก่อนจะยกขึ้นกลางอากาศให้ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกรีเซตไว้ นัยน์ตาก็ก้มมองของที่ถูกฝากมาในมืออีกข้าง

 

 

วัตถุรูปร่างแปลกประหลาดที่ดูเหมือนกล่องโย้เยดูบู้บี้ที่เขาได้รับมาจากเด็กหนุ่มที่เขาจำได้ว่าเป็นเพื่อนของท่านคาเซะคาเงะที่มาจากโคโนะฮะไม่งั้นให้ตายเขาก็ไม่มีวันจะรับมันขึ้นมาหรอก แต่ว่าจะเอาเข้านี่เจ้าไปให้ท่านคาเซะคาเงะดีรึเปล่านะ

 

 

มือหนาก็ยังยกกลางอากาศขึ้นๆลงอย่างตัดสินใจไม่ได้จนกระทั่งประตูด้านหน้าเปิดออกมาด้วยแรงจากทรายในน้ำเต้าที่คนภายในห้องบังคับมันได้ดังใจ ร่างของชายหนุ่มเรือนผมสีแดงเพลิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในซึนะ นัยน์ตาสีเขียวปรายมองมาอย่างเยียบเย็นทำเอาชายในเครื่องแบบทหารถึงกับหนาวก่อนจะรีบรายงาน

 

 

“ ผมนำของขวัญจากนินจาของโคโนะฮะที่บอกว่าเป็นเพื่อนของท่านมาให้ครับ ” คำกล่าวรายงานเต็มยศเนื่องด้วยกลัวว่าหากไม่ถูกใจชายตรงหน้าอาจสั่งไล่เขาออกได้ดีไม่ดีอาจจะตายคาห้องนี้เลยก็เป็นได้ขณะที่เขาได้แต่ยืนเหงื่อตกอยู่ ชายหนุ่มเจ้าของของขวัญดังกล่าวได้แต่หรี่ตามองวัตถุประหลาดไม่ทราบสัญชาติที่ตอนนี้วางอยู่บนโต๊ะของเขา

 

 

“ ของใครให้มา ” คำพูดที่นานๆครั้งจะหลุดออกมาจากปากของท่านคาเซะคาเงะทำให้เขารีบตอบกลับไปอย่างกระตือรือร้น

 

 

“ อุซึมากิ นารูโตะครับ ” คำตอบที่ได้รับทำให้ดวงตาของท่านคาเซะคาเงะเบิกกว้างอย่างแปลกใจ ของขวัญจากคนที่เขาคาดไม่ถึง

 

 

“ ขอบใจมาก ออกไปได้แล้ว ” สิ้นเสียงร่างของทหารของซึนะก็ออกไปจากห้องทิ้งร่างสูงมองไปยังวัตถุตรงหน้าที่ดูไปก็คล้ายๆกล่องก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องออกมา ในหัวของเขาเต็มไปด้วยจินตนาการต่างๆนานาแต่เมื่อเปิดกล่องออกภายในนั้นกลับ

 

 

…… ว่างเปล่า

 

 

คิ้วทั้งสองข้างย่นเข้าหากัน นัยน์ตาสีเขียวหรี่ลงด้วยความไม่พอใจก่อนเลือบเห็นกระดาษที่พับไว้ติดอยู่บริเวณฝากล่อง ก่อนจะเอื้อมมือไปแกะออกอ่านด้านใน ก่อนที่จะต้องอุทานด้วยความแปลกใจ

 

 

“ นี่นาย…………. ”

 

 

ภายในกระดาษได้เขียนเอาไว้แต่เพียงว่า

 

 

----------------------------------------------------------

ของขวัญปีนี้ ฉันจะมาอยู่เป็นเพื่อนนายในช่วงปีใหม่

 

                                                                     นารูโตะ

----------------------------------------------------------

 

 

“ ไง กาอาระ ” เสียงทักทายของผมเมื่อเห็นร่างของท่านคาเซะคาเงะลงมาพบด้วยตนเองก่อนจะหันหน้าไปเย้ยใส่เจ้าทหารที่กักตัวผมไว้ไม่ยอมให้ขึ้นไปหาว่าผมจะไปรบกวนการทำงานของท่านคาเซะคาเงะ ชิท่านคาเซะคาเงะทิ้งงานลงมาหาผมเลยนะ ให้มันรู้ซะบ้างว่าผมมีอภิสิทธิ์เหนือกว่านะเฟ้ย

 

 

“ ตามฉันมา ”

 

 

“ หา ” เจอหน้าผมไม่ทักไม่ทายแต่กลับให้ตามไป งงนะครับ?

 

 

“ บอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันไม่ใช่หรือไง ” มันก็จริงอย่างที่หมอนี่บอก ผมเดินตามแผ่นหลังของกาอาระไป พลางอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันช่างดูแข็งแกร่งและอบอุ่นผมรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจจนอดยิ้มออกมาไม่ได้

 

 

คิดถูกจริงๆด้วยที่ผมตัดสินใจมาที่นี่ !

 

 

 

แต่ที่จริงก็ชักจะไม่มั่นใจเท่าไรแล้ว! ร่างสูงในชุดคาเซะคาเงะนั่งหยิบเอกสารบนโต๊ะที่กองอยู่มาทำโดยไม่ได้สนใจผมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้จนเมื่อยจนลงมานอนเลื้อยอยู่บนพื้นแล้วเนี้ย ผมมองใบหน้าที่ก้มทำงานโดยไม่ได้สนใจก่อนผมจะตัดสินใจคว้าเก้าอี้ขึ้นมานั่งหน้าโต๊ะทำงาน ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปใกล้ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 

 

“ คุยกันบ้างสิ ไม่งั้นออกไปเดินเล่นก็ได้ฉันเบื่อจะตายอยู่แล้วนะ ” ผมอดทนไม่ไหวแล้วนะ กะจะให้นั่งเฝ้ากันเงียบๆอย่างงี้เลยหรือไง

 

 

“ ฉันทำงานอยู่ ” ประโยคอันยืดยาวของผมได้รับเพียงคำตอบสั้นๆทำให้ผมอดหน้าหยิกไม่ได้

 

 

“ ชิ! ” ผมเลยได้แต่มองใบหน้าเรียวที่ก้มทำงาน นัยน์ตาสีเขียวของคนตรงหน้ากวาดมองข้อมูลในเอกสาร ผมอดจะจ้องดูใบหน้านั้นไม่ได้เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถผมถอนสายตาได้ ดวงตาแบบนั้น ท่าทางเย็นชาแบบนั้นผมพอจะรู้แล้วแหละว่าทำไมสาวๆถึงได้กรี๊ดหมอนี้นัก ถึงจะไม่ค่อยอยากยอมรับก็เหอะว่ามันหล่อกว่าผม  

 

 

ทันทีที่นัยน์ตาทั้งสองสีสบกันทำให้ผมหลบตาแทบไม่ทัน ดวงหน้าที่สื่อเป็นคำพูดได้คงจะถามว่ามองทำไมทำให้ผมได้แต่สะบัดหัวไปมาแทนคำตอบก่อนเจ้าตัวจะหันไม่สนใจงานต่ออีกครั้ง เชอะ! ผมนั่งเอามือเท้าค้างรอเจ้าคนตรงหน้าทำเสร็จ

 

 

ทำไมหัวมันถึงได้หนักแบบนี้นะ เปลือกตาทั้งสองข้างดูหนักอึ้งไปหมด

 

 

ภาพของกาอาระดูเลือนรางลงทุกที……

 

 

 

ร่างสูงถอนหายใจทันทีที่เสร็จงานอันที่จริงงานส่วนนี้เป็นของพรุ่งนี้แต่เมื่อหมอนี่บอกว่าจะมาอยู่ด้วยทำให้เขารีบเคลียร์งานทั้งหมดให้จบลงภายในวันนี้พรุ่งนี้จะได้ไม่มีใครมาบ่นว่าให้พาไปเที่ยวอีก

 

 

ก่อนที่จะเงยหน้าไปมองตัวการทำฟุบหัวลงไปกับโต๊ะทำงานของเขา มือหนาเอื้อมไปสัมผัสไปเรือนผมสีทองอย่างแผ่วเบาก่อนไล้ลงมาตามใบหน้าหวานที่ดูน่ารักยิ่งขึ้นในยามหลับ ก่อนที่ร่างสูงจะขยับเข้าไปใกล้พร้อมถ้อยคำกระซิบเบาๆอย่างที่คนที่จมอยู่ในห้วงนิทราไม่มีวันรู้

 

 

“ อย่ามาทำให้ฉันใจสั่นบ่อยๆแบบนี้สินารูโตะ ” ถ้อยคำที่แผ่วเบาราวกับเสียงของสายลม

 

 

“ อืม ” ผมครางก่อนจะบิดตัวด้วยความเมื่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพบกับใบหน้าเรียวในระยะใกล้ชิด ผมทำได้เพียงเบิกตาโตค้างอย่างทำอะไรไม่ถูกและแล้วผมก็รู้สึกอุ่นที่ริมฝีปากก่อนที่ปลายลิ้นจะสอดเข้ามาทำให้ผมสำนึกขึ้นมาได้ว่า

 

 

นี่ผม…ถูกจูบมันอยู่!

 

 

ผมได้แต่ประท้วงโดยการผลักคนตรงหน้าออกแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลแถมปากที่อ้าไปว่ากลับทำให้เขารุกผมมากขึ้นไปอีก จากขัดขืนเป็นกำเสื้อเขาไว้แน่น นี่ผม….

 

 

“ อื้อ อือ ……. แฮกๆ ” เสียงร้องประท้วงหลังจากแลกริมฝีปากกันอยู่นาน นี่มันกะจะฆ่าผมเลยหรือยังไง! ร่างสูงค่อยๆถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งส่วนผมก็ได้แต่หายใจเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด  ในหน้าหวานแดงก่ำมือไม้สองข้างของผมดูเกะกะไม่หมดไม่รู้จะไว้ตรงไหนดี ผมไม่รู้จะปั้นหน้ายังดีแล้วร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งหายลับไปจากห้องพร้อมกับคำพูดทิ้งท้าย

 

 

“ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ ”

 

 

“ ไอ้บ้ากาอาระ ไอ้คนบ้า ไอ้คนทุเรศเอ๋ย ” เสียงผมดังก้องห้องน้ำก่อนจะชกกระจกเพื่อระบายอารมณ์ ฝ่ามือที่ชาเป็นแถบก่อนรู้สึกเจ็บทำให้ผมมีสติขึ้นมาบ้าง เมื่อกี้นี่มัน….ใบหน้าแดงก่ำที่สะท้อนบนกระจกทำให้ผมอยากจะเขกหัวตัวเองตายไปซะตรงนี้ยิ่งไปกว่านั้นริมฝีปากที่บวมเจ่อขึ้นมานั้นอีก ผมจับริมฝีปากตัวเองเบาๆก่อนจะรู้อายจนแทรกแผนหนี

 

 

หมอนั้นจูบผมทำไมกัน แล้วทำไมผมถึงรู้สึกหัวใจเต้นรัวแบบนี้เนี้ย ผมเอามือจับหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะออกมา

 

 

หรือว่าผมจะ………….

 

 

แต่เดี๋ยวก่อนภายในสมองของผมมีความคิดบางอย่างแล่นเข้าในหัวอย่างรวดเร็วจนผมรู้สึกหมดแรงจนต้องยันแขนทั้งสองข้างกับขอบอ่างล้างหน้า

 

 

เจ้าบ้านั้นก็เป็นผู้ชาย !  ส่วนผมก็เป็นผู้ชาย !

 

 

ทั้งผมและมันต่างก็เป็นผู้ชาย !!!!

 

 

แล้วหมอนั้นมาจูบผมทำไมกัน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

ก่อนที่ผมรู้สึกสติแตกอีกครั้ง

 

 

นี่มันเป็นเกย์หรือเนี้ย ! 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------
 
 
เอาตอนนี้มาลงในบอร์ดนี้ เรื่องนี้เคยลงในเด็กดีใครคุ้นๆไม่ต้องสงสัย
เดี๋ยวเอาอีกตอนมาลงต่อ ขอฝากด้วยนะคะ
 
 
 

edit @ 19 May 2013 13:11:40 by bleach_pa