[FiC’ReBorN] Lastchance {Colonnello x Lal mirch}2(จบ)

posted on 07 Nov 2009 23:10 by bleachpa

 

 

((ต่อ))

 

 

 

 

ถึงบอกว่านี่เป็นบ้านของเธอแต่เธอก็ไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน เมื่อคืนกว่าจะหลับก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งแล้ว รอยคล้ำที่ขอบตาดูราวกับน้องหมีแพนด้าเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าโคโรเนโร่ได้ดีเลยทีเดียว หมอนั้นเห็นหน้าเธอแล้วมันตลกนักรึไงฮะ! 

 

หุบปากไปเลย น้ำเสียงไม่พอใจของเธอทำให้หมอนั้นต้องกลั้นหัวเราะ แต่หันมายิ้มแทน =*= 

 

เร็วๆหน่อยเดี๋ยวก็สายหรอก หมอนั้นบ่นก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทำให้เธอต้องรีบคว้ารองเท้ามาใส่แล้ววิ่งตามออกไป  

 

ระหว่างการเดินไปโรงเรียนเธอเริ่มรู้สึกจะเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างนี้ของเธอถึงได้เกลียดเจ้าหมอนี่เข้าไส้ ร่างของชายหนุ่มผมทองในชุดนักเรียนเดินโปรยรอยยิ้มไปทั่ว ทำเอาสาวเล็กสาวใหญ่โดยเฉพาะเด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกันแทบจะเดินตามกันมาเป็นขบวนแล้ว เธอมองภาพนี้แล้วทำท่าคลื่นไส้ ไอ้พ่อคนเสน่ห์แรงเอ๋ย! คิดว่าตัวเองหล่อตายล่ะ แต่เอ๊ะถ้าหมอนี้มีสาวเยอะขนาดนี้แล้วโอกาสของเธอล่ะ ความคิดนี้เล่นเอาเจ้าตัวคิดหนัก แถมเรายังเป็นศัตรูคู่แค้นกันอีก งานเข้าแล้วไงยัยรัล มัลจิ! พอดีคิดเพลินไปหน่อยทำให้เธอไม่ได้ดูทางชนกับอะไรบางอย่างเข้าให้ 

 

โอ๊ย! ” เสียงหวีดร้องของเธอ ร่างบางเสถลาไปด้านหลังแต่แล้วร่างของใครบางคนก็คว้าเธอไว้ในอ้อมแขน 

 

เป็นอะไรรึเปล่า เสียงของหมอนั้นดังอยู่ข้างหูเธอทันทีที่หันหน้าไปก็สบตากับหมอนั้นพอดีหัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัว นัยน์ตาสีฟ้าที่ฉายแววเป็นห่วงฉายชัดนั้น เธอได้ยินเสียงกรี๊ดสนั่นจากรอบๆแต่สายตาเธอจับจ้องแต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเพิ่งรู้ว่าทำอะไรอยู่ อ้อมแขนอันอบอุ่นกลับผละออกในทันทีทำเอาร่างเธอลงไปกองอยู่กับพื้น พร้อมร่างสูงที่เดินจากไปอย่างไม่เลียวแล  

 

แกแสบนักนะเจ้าโคโรเนโร่ เสียงเธอนั่งกัดฟันพูดอย่างเจ็บใจตอนนี้เธอมานั่งอยู่ในห้องเรียนเรียบร้อยแล้วแต่กว่าจะเดินฝ่าเสียงหัวเราะมาได้นี่สิ เจ้าบ้านั้นดันทิ้งเธอไว้ตรงนั้น ทิ้งเธอไว้กับเหล่าสาวๆสาวกหมอนั้นที่หัวเราะกันหน้าดำหน้าแดงเล่นเอาเธอขายหน้าซะจนตอนนี้ไม่มี หน้าจะไปพบใครที่ไหนแล้ว หาปี๊บมาคลุมหัวดีมั้ยเนี้ย ? 

 

รัลจัง เสียงเบี้ยงกี้เพื่อนสนิทเดินเข้าห้องมากอดคอฉัน พอเจอหน้าฉันก็ระบายความอัดอั้นตันใจออกไปทั้งหมด 

 

มา! เรามาว่างแผนแกล้งหมอนั้นคืนกัน  

 

แผนที่ดูดีแต่มันจะได้ผลจริงรึเปล่านะ วันนี้การเรียนไม่ค่อยเข้าหัวเธอเท่าไรก็เพราะที่จริงเธอเรียนจบไปนานแล้วนี่น่ามันกลับมาเรียนอีกรอบก็เหมือนฟังเทปซ้ำอีกครั้งแต่เป็นอีกคนบรรยายเท่านั้นเอง ในหัวเธอตอนนี้กำลังเรียบเรียงแผนการทุกอย่างให้เข้าที่เริ่มจาก...ห้องหมอนั้น หึหึ  

 

 

 

 

หลังเลิกเรียนเธอก็รีบวิ่งกลับบ้านซึ่งตอนนี้เธอจำได้แล้ว ร่างบางเดินตรงไปที่ห้องเจ้าหมอนั้น มือบางควักอุปกรณ์ต่างๆมาเตรียมไว้จัดการหลังจากที่จัดแจงทุกอย่างสำเร็จก็กลบเกลื่อนร่องรอยทุกอย่างภายในห้องให้เข้าสู่ปกติ ใบหน้าหวานแย้มรอยยิ้มรอคอยอย่างเดียวตอนนี้...เมื่อหมอนั้นกลับมา 

 

ทันทีที่เปิดประตูก็พบแต่ความเงียบสนิทภายในบ้านมีแต่ความมืดมิดร่างสูงคิด...สงสัยยัยรัล มัลจิยังไม่กลับมา ความรู้สึกเป็นห่วงเริ่มแล่นเข้ามาภายในใจ ก่อนที่จะโดนเจ้าตัวสลัดทิ้งยัยบ้านั้นไม่เป็นไรหรอก อึดถึกจะตายชัก ขนาดโดนชนก็ยัง...  

 

ภาพเหตุการณ์ตอนนั้นยังอยู่ในหัวของเขาทันทีที่ร่างบางของหญิงสาวโดนรถ ภาพที่ร่างของเธอค่อยๆร่วงลงพื้นถนน ตอนนั้นเขาไปซื้อของแล้วกลับทางนั้นพอดีเห็นรัลวิ่งผลักเด็กออกไปแล้วตัวเธอเองก็โดนรถชนแทนตอนนั้นเขาแทบบ้าทิ้งของทุกอย่างวิ่งไปตรงนั้น ยังดีที่รถที่ชนหยุดทันก่อนที่จะทับร่างของรัล ตอนนั้นเขาหัวใจแทบหยุดเต้นตะโกนให้คนรอบๆช่วยทั้งน้ำตาให้โทรแจ้งรถพยาบาล ตัวเองเรียกชื่อยัยนั้นไม่หยุด 

 

หรือเขาควรจะโทรไปดี เจ้าตัวกำเอาโทรศัพท์ขึ้นมามองแล้วก็ยัดกลับเข้ากระเป๋ากางเกง มันไม่กล้านิหว่า ร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปด้านบนตรงไปยังห้องตัวเองทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้อง ร่างบางที่ซ่อนตัวหลบอยู่ห้องข้างๆก็รีบเปิดประตูออกมาแล้วตรงไปเปิดประตูห้องหมอนั้น 

 

โอ๊ย ! ๓฿+๑๓฿๔฿ เสียงดังโวยวายจากในห้องทำให้เธอขำจนแทบจะลงไปกลิ้ง ด้วยเสียงอัน(ไม่)ดังของสาวเจ้าทำให้ชายหนุ่มภายในห้องเดือดทันที ประตูที่ถูกเปิดออกจากด้านในทันให้เธอโกยอ่าวไปในทันทีแต่มีมือหนาราวกับคีมเหล็กนั้นจับเธอเอาไว้ก่อนจะกระชากจับเธอไปล็อคคอ 

 

ปล่อยนะ เธอร้องเสียงดังแต่หมอนั้นไม่ปล่อยจับเธอพาดบ่าก่อนจะโยนลงบนเตียงเขา 

 

 

 [ติดเรทดีมั้ยเนี้ย ! 55+]

   ยิ่งบนเตียงที่มีชุดชั้นในผู้หญิงอยู่ทำให้เธอขำไม่หยุด แถมมองขึ้นไปยังมีอีกเพียบซึ่งเธอไปซื้อเชือกมาขึงไว้เหนือเตียงเลยทีเดียว แผนนี้ของเบียงกี้ได้ผลดีจริงๆสิ55+ แถมเมื่อเธอมองไปที่หมอนั้นแล้วยิ่งฮาใหญ่ชายหนุ่มเรือนผมทองทำท่าทางอ้าปากค้างบนหัวมีบราผู้หญิงติดผมอยู่ แถมสภาพที่หมอนั้นเปียกมะลอกมะแลกด้วยแล้วสุดยอดเข้าไปใหญ่ นี้เป็นความเลวร้ายที่ไม่จบสิ้นนายยังเจอไม่ครบทุกอย่างเลยนะโคโรเนโร่ถ้านายยังไม่เลิกทำให้ฉันโกรธ55+ 

 

เธอ!!!... ” หมอนั้นเรียกเธออย่างโกรธจัดนิ้วที่ชี้ยังสั่นระริกเลย ท่าทางอันตรายของหมอนั้นทำให้เธอพยายามกั้นเสียงหัวเราะอย่างเต็มที่ หมอนั้นหันไปดึงบราออกจากหัวพลางมองไปยังส่วนต่างๆของห้องที่ดูเละเทะ เธอพยายามตีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ 

 

แสบนักนะ หมอนั้นจะโจนเข้ามาจับเธอล็อคคอเธออีกครั้งแล้วจี้ลงเอว 

 

ป...ปล่อย 55+ เสียงหวานขอร้องสลับกับเสียงหัวเราะ เธอพยายามดิ้นให้หลุดแต่ดูเหมือนเจ้าหมอนี้จะแค้นมากไม่ยอมปล่อยเธอเลยกว่าเราจะฟัด(สู้)กันจนเธอก็ลงไปนอนแผ่อยู่บนเตียงแล้ว หมอนั้นล้มลงของๆเธอด้วยท่าทางเหนื่อยไม่ต่างกัน 

 

ยัยบ้าเอ๋ย หมอนั้นผลักหัวเธออย่างหมั่นไส 

 

โอ๊ย! ” ผลักมาได้หัวคนนะเฟ้ย ไม่ใช่หัวผักกาด เธอหันไปมองหน้าหมอนั้นอย่างโกรธๆแต่เมื่อหันไปก็พบว่าหมอนั้นกำลังมองเธออยู่เหมือนกัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ก่อนที่ใบหน้าของคนตรงหน้าจะเลื่อนเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม  

 

รัล... เสียงเรียกอย่างแผ่วเบา ใบหน้าที่เขยิบเข้ามาใกล้ทำให้ฉันหัวใจเต้นรัวอย่างน่าประหลาด 

 

...น่าแปลกที่เราทะเลาะกันทุกวันแต่ฉันกลับ.... เสียงทุ้มหยุดไปกลางคันทำให้ฉันที่ฟังอยู่ทวนคำสุดท้ายขึ้นเหมือนโดนสะกดจิต 

 

กลับ... ฉันทวนคำนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองใบหน้าของหมอนั้นที่เลื่อนเข้ามาใกล้นัยน์ตาสีฟ้าสวยปิดลงอย่างช้าๆก่อนจะประกบริมฝีปากหนาลงบนริมฝีปากหวานฉ่ำของเธอ เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจทันทีที่โดนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางผลักไหล่ของคนต้องหน้าแต่แล้วก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับจุมพิตอันหอมหวานนั้น ทันทีที่หมอนั้นผละออกมาเธอก็รีบสูดอากาศหายใจให้เต็มปอด  

 

...จูบแรกสินะ หมอนั้นกระซิบที่หูเธอเบาๆด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทำให้เธอที่เขินจนบอกไม่ถูกผลักร่างตรงหน้าออกโดยแรงแต่เจ้าตัวกลับคว้าเธอเข้าไปกอดซะอย่างงั้น เธอเพิ่งเห็นอะไรบางอย่างเมื่อตะกี้ หมอนั้นคร่อมเธออยู่ด้านบนตั้งแต่เมื่อไร >///< !!!  

 

ด้วยความเขินสุดขีดทำให้เธอยันหมอนั้นออกไปส่วนตัวเองก็รีบเผ่นแน่บออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้แต่ผู้กระทำ(จูบ)ที่กลายเป็นผู้ถูกกระทำ(โดนถีบ)นั่งคิดบัญชียัยตัวแสบอยู่ภายในห้องคนเดียว 

 

 

 

“ =///= ” ให้ตายสินี่ฉัน.... 

 

....ยัยรัลของเราคิดอะไรอยู่เนี้ย ยัยเบียงกี้ทำหน้าเจ้าเล่ห์มองเธอที่นั่งหน้าแดงอยู่ในห้องทำให้เธอแก้เขินฟาดยัยนี้ไปหลายที่เหมือนกัน 

 

เจ็บนะ ตีมาได้มือหนักชิบ.. ยัยเบียงกี้เป่ามือตัวเองทำท่าทางเจ็บนัก เธอทำท่าไม่ใสใจมองข้ามท่าทางสำออยของเพื่อนสาวออกไป 

 

ไม่ได้คิดอะไรนะ เสียงตอบอ๋อมแอ๋มทำให้นัยน์ตาของเพื่อนสาวเปล่งประกายระยับมองใบหน้าเธอเหมือนรู้อะไรบางอย่าง เบียงกี้ยื่นหน้ามาใกล้กับเธอพลางพูดเบาๆ 

 

อย่าบอกเชียวนะว่า เมื่อวานที่ฉันบอกเธอไปทำให้หมอนั้นโมโหจนรวบหัวรวบหางเธอไปแล้ว สิ้นคำพูดของเพื่อนสนิทมือบางของเธอก็ตบเข้าที่หัวเพื่อนรักอย่างแม่นยำพร้อมตะโกนด่าก้อง 

 

ยัยบ้า !!!  มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมันก็แค่.... เธอพูดไม่ออกแล้วอ่ะ =///= 

 

แค่...แค่อะไรอ่า ใบหน้านั้นทำให้เธอต้องหลบตา  

 

หรือว่า....จะเป็น เมื่อมองใบหน้าเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้ใจเมื่อกี้ทำให้เธอชักใจไม่ดี ก่อนที่เบียงกี้จะพูดขึ้นมาลอยๆแต่กลับถูกเผงตรงใจเธอ 

 

จูบ   

 

 

 

อ้าก!!! อยากจะบ้าตายนี่ฉันเป็นอะไรเนี้ย เสียงตะโกนก้องของเธอ หลังจากที่ขึ้นมาบนดาดฟ้าแล้วตะโกนสิ่งที่อึดอัดภายในใจระบายอารมณ์ต่างๆออกมาจนหมด แม้แต่ตอนนี้เธอเองก็ยังบอกอารมณ์ตัวเองไม่ถูกเหมือนกันมันทั้งเขินทั้งอายทั้ง...โอ๊ย! ไม่รู้แล้ว  

 

ใครมาเอะอะโวยวายแถวนี้ เสียงเย็นชาแบบนี้นี่มัน เธอหันหลังกลับไปมองใบหน้าอันหล่อเหลาของกรรมการนักเรียน...ฮิบาริ เคียวยะ ให้ตายสิไม่น่ามาเจอหมอนี่ตอนนี้เลย!!! ร่างบางเผลอถอยห่างจากหมอนั้นออกมาสองสามก้าวแต่แล้วก็มีร่างของชายหนุ่มอีกคนที่โผล่ออกมาจากด้านหลังจับไหล่ของฮิบาริไว้ 

 

ใจเย็นน่านั้นผู้หญิงนะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง เสียงทุ้มพูด ฮิบาริสะบัดมือที่จับไหล่ก่อนจะเดินลงจากดาดฟ้าไปด้วยท่าทางไม่พอใจ ให้ตายสิวันนี้ฉันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆเลยเธอคิดในใจ ขณะที่เธอทำท่าจะเดินหนีหมอนั้นก็คว้าแขนของเธอเอาไว้ 

 

รัลมาคุยกันก่อนสิ เสียงของเจ้าโคโรเนโร่ทำให้เธอรู้สึกว่าใบหน้าร้อนวูบวาบยังไงก็ไม่รู้ 

 

.....มีอะไร คำพูดที่สั้นๆง่ายๆแต่ทำไมเธอถึงได้คิดนานจังกว่าจะพูดออกมาได้ 

 

เรื่องเมื่อคืน...... หมอนั้นพูดแล้วจู่ๆก็เงียบไปทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ ทำไมหรือว่านายจะบอกว่าไม่ตั้งใจ เธอสลัดแขนออกแต่หมอนั้นจับเธอเอาไว้ซะแน่นจนสลัดไม่หลุด 

 

ฟังก่อนสิ  

 

ไม่....ปล่อยนะ เธอพยายามสลัดให้หลุดทั้งเอามือแงะก็ไม่ยอมปล่อยแล้วอยู่ๆหมอนั้นก็คว้าเธอเข้าไปกอดไว้จากทางด้านหลังแล้วพูดเบาๆที่ข้างหูเธอว่า 

 

จะบอกว่าเรื่องเมื่อคืนนี้ฉันตั้งใจ ” >///< นี่เมื่อกี้เธอคิดแทบจะเรียกได้ว่าตรงข้ามกับคำพูดนี้โดยสิ้นเชิงเลย อยู่ๆโคโรเนโร่จับเธอหมุนมาเผชิญหน้า สองมือของร่างสูงจับใบหน้าเธอมาจ้องหน้าเขา 

 

น่าแปลกจริงๆ ทั้งๆที่เราทะเลาะกันทุกวันแต่ทำไมฉันกลับคิดถึงแต่หน้าเธอ คำพูดที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกจากปากของหมอนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองจะเริ่มเมาแดด ทำไมแข้งขามันถึงได้รู้สึกหมดเรี่ยวแรงเช่นนี้ 

 

นาย... เธอพูดอะไรไม่ออก นี่ฉัน...บอกไปสิความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขาไปสิ อยากจะทำมันให้ซ้ำรอยเดิมหรือไงยัยรัล มัลจิ ความคิดนี้เป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้เธอพูดออก 

 

ฉันรักนายโคโรเนโร่ ทันทีที่พูดจบร่างบางก็คว้าคอของคนตรงหน้ามาจูบในทันที ในที่สุดเธอก็ได้พูดในสิ่งที่เธอไม่กล้าทำมาโดยตลอด ฉันจะไม่ยอมเสียนายไปอีกแล้ว...โคโรเนโร่ ทันทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ผละออกจากกันหมอนั้นก็กอดเธอ 

 

ฉันก็รักเธอ รอยยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ฉายขึ้นบนใบหน้าของเธอ ความรู้สึกของความรักมันคงเป็นแบบนี้ที่เอง เธอเกยคางบนไหล่ของหมอนั้นพลางหลับตาพริ้มรับความสุขและความอบอุ่นจากสองแขนของอ้อมกอดนี้ 

 

 

.............ขอบคุณที่ให้โอกาสฉันครั้ง

.........................ขอบคุณมากๆค่ะ

........................................ขอบคุณ 

 

 

[แถมท้ายให้อีกนิด!!!]  

 

“ 55+ นา..นายหน้าแดง เธอมองหน้าของหมอนั้นที่แดงเถือกอย่างเห็นได้ชัดภายหลังจากที่ผละออกมาจากอ้อมกอดของกันและกัน 

 

หุบปากไปเลยนะยัยบ้า หมอนั้นพูดด้วยท่าทีที่อายจัด มองดูเธอที่ขำจนจะลงไปกลิ้งก่อนที่มุมปากจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย 

 

จะว่าไปฉันควรลงโทษเธอซะหน่อยที่ดันพูดตัดหน้าบอกรักฉันก่อนดีมั้ยเนี้ย คำพูดและท่าทางไม่น่าไว้ใจของหมอนั้นทำให้เธอหยุดขำโดยอัตโนมัติ นัยน์ตาสีน้ำตาลหันไปมองด้วยท่าทางระมัดระวังทันทีที่ร่างสูงของหมอนั้นวิ่งเข้ามาเธอ เธอก็วิ่งโกยอ้าวออกไปอย่างรวดเร็ว 

 

แน่จริงนายก็จับฉันให้ทันสิ  

 

หนอย ! ”  

 

จับไม่ได้อ่ะดิ 55+ ” 

 

คอยดู....ถ้าฉันจับเธอได้รับรองไม่จบแค่จูบเดียวแน่ๆ  

 

นะ...นาย…. >////< ” 

 

 

..................................[EnD]............................................

 

 

ในที่สุดก็แต่งจบซักเรื่อง แต่งมันหลังฟิคไม่จบซักกะอัน

มีอันนี้แหละที่จบอันแรกอันอื่นๆก็ดอง ดองให้เค็มต่อไป

เรื่องนี้แต่งประมาณวันที่ 29/10 - 4/11/52

ตอนแต่งจบแทบปิดบ้านเลี้ยงฉลองในที่สุดมันก็จบแล้ว(โว้ย!)

มีความคิดเห็นติ-ชมอย่างไรเม้นเอาไว้ได้เลยนะ ^^a

 

 

 

 

[FiC’ReBorN] Lastchance {Colonnello x Lal mirch}1

posted on 07 Nov 2009 22:51 by bleachpa

 

 

 

 

[FiC’ReBorN] Lastchance {Colonnello x Lal mirch}

 

 

 

 

[โคโรเนโร่xรัล มัลจิ]

ถ้า...มีโอกาสอีกสักครั้ง

ขอเพียง...มีโอกาสอีกสักครั้ง

ฉันจะไม่ทำให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจแบบนี้

 

 

 

 

 

[TaLK] :: เพิ่งแต่งฟิครีบอร์นเป็นครั้งแรก ยังไงก็ฝากด้วยนะฮับ

 ฟิคเรื่องนี้เกิดจากการบ้ารีบอร์นอย่างแรงกล้า 55+ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักนะค่ะ ชอบโคโรเนโรตั้งแต่แรกแล้วพอเห็นว่ารัลชอบอยู่เลยจิ้นออกมาเป็นเรื่องเลย เราจะยกเอาตอนที่รัลในอีก10ปีข้างหน้าที่คิดถึงโคโรเนโร่เอาเป็นแกนมาเขียนเป็นเรื่อง เนื้อนี้อาจจะดูมั่วๆไปหน่อยนึงตอนที่ไปโผล่อีกที่ =_=;; ยังไงก็ช่วยติดตามด้วยนะค่ะ ^^a

 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืนร่างของหญิงสาวเรือนผมดำยาวนอนทอดตัวบนเนินหญ้าเหม่อมองดวงดาวส่องสว่างบนท้องฟ้า นี่คงเป็นอีกคืนแล้วสินะที่เธอนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างนี่มานานเท่าไร มันคงเป็นตั้งแต่แยกกับเจ้าหมอนั้น .... โคโรเนโร่

 

 

 

แต่เธอก็น่าจะเห็นแล้วนะ รัล มัลจิ

ยามที่ต้องปกป้องคนสำคัญ

พลังของมนุษย์ที่ไม่เกรงกลัวต่อคำสาป

 

 

 

 

คำพูดของรีบอร์นในตอนนั้น ความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ นายพูดถูกรีบอร์นขอเพียงแค่เราได้ปกป้องคนสำคัญ เราก็จะไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด แต่ว่าฉันเพียงแค่ปกป้องก็ยังทำไม่ได้ ยังไม่ทันไรใบหน้าเธอก็เต็มไปด้วยน้ำตา

ทำไมกันยิ่งมีชีวิตอยู่ก็ยิ่งคิดถึงนาย ทำไมกัน....

 

 

แต่เพราะมีโคโรเนโร่อยู่

ฉันถึงได้รอดมา

ฉันมีชีวิตอยู่มาถึงวันนี้ได้เพราะหมอนั้น

...โคโรเนโร่

 

 

 

 

มือบางปาดหยาดน้ำตาออกในทันที นี่เธอเป็นอะไรไปรัล มัลจิ การกระทำแบบนี้แสดงว่าเธอยังฝึกมาไม่พอ เธอจะต้องเข้มแข็ง เธอจะมาร้องไห้แบบนี้ไม่ได้ อย่าลืมสิว่าเธออยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้เพราะใคร เธอเอามือสองข้างปิดหน้าปิดบังใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำ นี่ฉัน....

 

 

 

ฉันมานึกเสียใจที่หลัง

ก็เมื่อนายไม่อยู่แล้ว

 

 

 

 

ฮึก... ร่างบางสั่นเทาตามแรงสะอื้นที่ห้ามไม่อยู่ ก่อนจะปลอยโฮออกมาท่ามกลางความเงียบ เธอมีชีวิตอยู่ได้เพราะหมอนั้น แต่ถ้าไม่มีหมอนั้นอยู่เธอก็ขอไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป

 

 

 

ถ้า...มีโอกาสอีกสักครั้ง

ขอเพียง...มีโอกาสอีกสักครั้ง

ขอแค่เพียงอีกสักครั้ง

ฉันจะไม่ทำให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจแบบนี้

 

 

 

 

แค่กๆ... มือบางยกขึ้นปิดปากความเจ็บปวดภายในร่างกายทำให้เธอหน้านิ่ว นัยน์ตาสีน้ำตาลเลือบมองรอยเลือดที่ติดอยู่บนมือ ร่างกายนี้คงมาถึงขีดสุดแล้ว เธอไม่มีอะไรอาลัยอาวรณ์อีกแล้วเพราะสิ่งนั้นได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว ฉันกำลังจะตามนายไป คอยฉันด้วยนะ...โคโรเนโร่ ริมฝีปากแย้มรอยยิ้มบางๆก่อนที่เปลือกตาของเธอค่อยๆปิดลง

 

 

 

 

ที่นี่ที่ไหน.....

แสงสว่างสีขาวบาดตานี่ด้วย

นัยน์ตาสีน้ำตาลหรี่เล็กลงพยายามมองไปข้างหน้าและรอบกายที่เต็มไปด้วยแสงสว่างสีขาว

 

 

ฉันจะให้โอกาสเธอรัล มัลจิ เสียงประหลาดกล่าวขึ้นท่ามกลางแสงนั้นและแล้วร่างของเธอก็ลอยละลิ่วตกลงไปในห้วงของแสงสว่างสีขาวที่ไม่สิ้นสุดนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

โอ๊ย ! ” ร่างทั้งร่างของเธอหล่นตุ้บลงมากระแทกพื้นเจ็บชะมัด นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกตากว้างมองรอบๆอย่างมึนงง บรรยากาศของโรงเรียนมัธยมโดยเฉพาะสนามเบื้องหน้าทำให้เธอยิ่งมึนหนัก นี่มันอะไรกัน ที่นี่ที่ไหน ?

 

 

 

 

ยัยรัล อยู่นี่เองหาแทบแย่ ร่างของหญิงสาวผมสีชมพูอ่อนยาวถึงหลัง วิ่งมาทักเธอ เออ...ถ้าจำไมผิดนี่มัน..เบี้ยงกี้ไม่ใช่หรอ เธอไปรู้จักกันสนิทสนมตั้งแต่เมื่อไร?

 

 

 

 

อ่ะ! ” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรร่างของเธอก็โดนดึงจนปลิวตามเบี้ยงกี้ไปซะแล้ว ร่างของเธอโดนลากผ่านสนามมาจนถึงหน้าโรงยิมที่อยู่ข้างๆแล้วยัยเบียงกี้ก็ผลักประตูลากเธอเข้าไปในนั้น ภายในโรงยิมมีคนสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันอยู่

 

 

 

 

อ่ะ...พี่รัล เราจัดการพวกนี้ยังไงดีค่ะ เสียงหวานๆของสาวร่างเล็กด้านหลัวมีผมเปียยาว....อี้ผิงนี่นา ว่าแต่จัดการจะให้เธอจัดการอะไร เธอมองฝั่งที่ยืนมีอี้ผิง เคียวโกะ ฮารุ เบียงกี้ และโคลม ผู้หญิงทั้งหมด ส่วนอีกฝั่งก็

 

 

 

 

มาได้ซักทีนะท่านรองหัวหน้า เสียงนี้นี่มันเจ้าหมอนั้น ภาพเบื้องหน้าทำให้เธอค้างตึง นี่มันเจ้าพวกผู้พิทักษ์ทั้งหมดขาดก็แต่โคลมแล้วยังมีรีบอร์นกับคนที่เธออยากเจอมากที่สุด...เจ้าโคโรเนโร่

 

 

 

 

ยืนเอ๋ออะไรเว้ยเฮ้ย เสียงที่เธออย่างได้ยินแม้เพียงอีกซักครั้งก็ยังดี หมอนั้นพูดอีกทีแต่เธอไม่ได้ฟังแล้ว วิ่งเข้าไปกอดร่างตรงหน้าเข้าเต็มๆโดยไม้ได้สนใจสีหน้าของคนทั้งโรงยิมที่อ้าปากค้างแล้วค้างอีก =O=;;;

 

 

 

 

....ยะยัยบ้า ทำอะไรเนี้ย ออกไปเฮ้ย ! =///= ” ใบหน้าของหนุ่มผมทองที่คาดผ้าลายทหารของผู้ถูกกอดแดงก่ำ ใบหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยน้ำตาซุกอยู่ตรงอกเข้าเงยขึ้นมาสบตากับเขา ใบหน้านั้นทำให้เขารู้สึกหัวใจเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ กับคำพูดที่ชวนให้เขามึนงง

 

 

 

 

ฮึก...โคโรเนโร่ ได้โปรดอย่าจากไปไหนอีกนะ ทันทีที่พูดจบร่างตรงหน้าก็ร่วงลงไปทำเอาชายหนุ่มรับแทบไม่ทัน นัยน์ตาสีฟ้ามองร่างนั้นด้วยความสงสัยนี่มันอะไรกัน ?

 

 

 

 

 

 

 

 

อืม... เธอครางเบาๆพลางเอามือกุมหัวความรู้สึกมึนๆจัง ก่อนค่อยๆเงยหน้าแล้วยันตัวขึ้นมาจากบนเตียง ภาพห้อง

พยาบาลทำให้เธอคิดออก เมื่อกี้เราเป็นลมไปนิน่า =_=a

 

 

เสียงประตูห้องพยาบาลเปิดออกตามด้วยร่างของเหล่าสาวๆที่เธอคุ้นหน้าก้าวเข้ามาภายในห้อง ทันทีที่เบียงกี้เห็นเธอก็กระโดดโผกอดเธอเข้าเต็มรัก แอ๊ก! อึดอัดชะมัด เล่นกอดซะทำเอาเธอจุกก่อนที่จะปล่อยเธอออกมา

 

 

 

 

รัลเธอทำเอาฉันเป็นห่วงแทบแย่ เบียงกี้พูด เป็นห่วงงั้นหรอ ห่วงฉันเรื่องอะไรกัน?

 

 

 

 

“ =_=??? ใบหน้าฉันคงเป็นยิ่งกว่าเครื่องหมายคำถามซะอีกตอนนี้

 

 

 

 

หยุดก่อนเถอะค่ะ ฉันว่าพี่รัลคงไม่รู้เรื่องแน่ เสียงเคียวโกะหันไปบอกเบียงกี้ ยิ่งทำให้ฉันงงหนัก

 

 

 

 

พี่รัล อี้ผิงยืนอยู่ตรงหน้าเธอทำท่าเหมือนจะร้องไห้ก่อนที่จะจับฉันไปรัด(กอด)อีกคน ก่อนจะประกาศอย่างแข็งกร้าว

 

 

 

 

พวกเราทุกคนจะต้องช่วยพี่ให้ได้ ใช่มั้ย!!! ”

 

 

 

 

ใช่!!! ” เสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียง ...ว่าแต่จะมีใครบอกฉันได้มั้ยว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?

 

 

 

 

หมายความว่า… ” ร่างของบรรดาสาวๆนั่งล้อมตัวเธอที่นั่งอยู่บนเตียงในห้องพยาบาลพยักหน้าลง ถึงแม้ว่าหน้าเธอ

จะทำท่าไม่เชื่อแต่ในใจก็เชื่อไปเกินกว่าครึ่งแล้วเพราะแค่เธอมาอยู่ที่นี่ได้เรื่องประหลาดๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ

 

 

 

 

 

หลังจากตอนที่ทุกคนบอกว่าจะช่วยเธอแล้วก็เริ่มเล่าเรื่องบอกว่าตั้งแต่ตอนที่เธอโดนรถชนไปเมื่อสองเดือนที่แล้วเพราะไปช่วยเด็กคนนึงเอาไว้แต่ตัวเองหลบรถไม่ทันเลยต้องเข้าโรงพยาบาลไปเกือบเดือนนอนไม่ได้สติ สมองถูกกระทบกระเทือน หมอบอกว่าบางทีเธอจะจำเรื่องราวได้บ้างไม่ได้บ้าง

 

 

 

 

นี่มันอะไรกันหรือว่าเธอจะมาอยู่ในร่างคนอื่น ร่างบางลุกขึ้นวื่งไปห้องน้ำของห้องพยาบาลใบหน้าของเธอก็เหมือนเดิมตามตัวเธอโดยเฉพาะแขนซ้ายยังมีรอยแผลเป็นทางยาว มีรอยถลอกที่อื่นอีก ดูเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อแต่มันก็เป็นไปแล้วหรือว่าเสียงประหลาดที่กล่าวตอนนั้น

 

 

 

ฉันจะให้โอกาสเธอรัล มัลจิ เสียงประหลาดกล่าวขึ้นท่ามกลางแสงนั้นและแล้วร่างของเธอก็ลอยละลิ่วตกลงไปในห้วงของแสงสว่างสีขาวที่ไม่สิ้นสุดนั้น

 

 

 

นี่เป็นความจริงใช่มั้ย? มือบางยกขึ้นหยิกแขนตัวเองความเจ็บที่ได้รับทำให้เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝัน โอกาสหวนกลับมาเธอจะไม่มีทางไปให้หลุดมือไปเป็นแน่ !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ถึงอย่างไรกว่าจะหนทางประสบผลสำเร็จก็ย่อมมีอุปสรรคขวากหนามอยู่บ้าง แถมดูจะมีขวากหนามที่ยิ่งใหญ่เสียด้วย หลังจากลองเลียบๆเคียงๆกับเบียงกี้ซึ่งบอกเธอว่าเป็นเพื่อนสนิท เธอก็ได้ความมาว่าเธอกับเจ้าโคโรเนโร่ดันเป็นศัตรูคู่แค้นกันมานมนาน หมอนั้นเป็นลูกของเพื่อนสนิทพ่อแม่เธอ แต่เธอกับหมอนั้นไม่ถูกกันมานานแล้วเจอหน้าทะเลาะกันทุกที

 

 

 

 

แถมเบียงกี้ยังบ่นอีกว่าตอนที่เธอเข้ามาในโรงเรียนนี้พร้อมกับโคโรเนโร่เธอจะตั้งตัวเป็นศัตรูแบ่งพวกหาเรื่องกันทันทีโดยได้เบียงกี้และคนอื่นๆมาเนื่องจากพรรคพวกเธอก็ไม่ชอบพวกของหมอนั้น หลังจากที่ฟังไปฟังมาเหตุผลที่เบียงกี้ร่วมมือกันเธอก็คือไม่ชอบหน้ารีบอร์น เหตุผลนี้เล่นเอาเธอเหวอแล้วเหวออีก เบียงกี้เธอนี่ช่างต่างจากช่วงที่ฉันรู้จักมาราวดวงอาทิตย์กับดาวเคาระน้อยพลูโตจริง =[]=;;;

 

 

 

 

ตอนที่เธอพุ่งไปกอดเจ้าโคโรเนโร่นะ ฉันละเหวอเลยทีเดียวแต่ดีที่รู้สึกตัวทันมองหน้าเจ้าพวกนั้น(พรรคพวกโคโรเนโร่)ที่ยืนเหวออ้าปากค้างกันเป็นแถวคิดแล้วยังฮาอยู่เลยนี่ 55+ เบียงกี้พูดแล้วหัวเราะดิ้นทำให้เธอได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆอยู่ข้างๆ ตอนนี้เธอกับเบียงกี้กำลังเดินกลับบ้านกันอยู่ หลังจากที่ออกมาจากห้องพยาบาลได้ก็เลิกเรียนไปแล้วเบียงกี้เลยอาสามาส่งเธอที่บ้านก็ดีนะเนี้ยเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ตรงไหน =o=;;

 

 

 

 

ถึงแล้ว เสียงเบียงกี้พูดก่อนจะหยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังเดียวที่มีสองชั้น เบียงกี้เดินไปกดกริ่งร่างของเจ้าของบ้านก็เดินออกมา...แต่ทันทีที่ร่างสูงเดินออกมาเธอก็ยืนนิ่งอึ้งทันที

 

 

 

 

เฮ้ย! นาย เสียงร้องของยัยเบียงกี้ที่ยืนข้างๆเธอดังขึ้น ทั้งเธอและเบียงกี้มองหน้าหมอนั้นอย่างค้างตึง จะไม่ให้ค้างได้ยังไงเมื่อคนที่เดินออกมาจากบ้านฉันมันคือเจ้าโคโรเนโร่นั้นแหละ!!!

 

 

 

 

นายมาทำอะไรที่นี่เนี้ย? เบียงกี้เธอนี่ช่างเปรียบดังกระบอกเสียงของฉันจริงๆ

 

 

 

 

ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ เพราะตอนนี้ฉันก็ต้องมาพักทีนี่

 

 

 

 

หา!!! ” ตอนนี้เธอหาเสียงตัวเองเจอแล้ว เสียงร้องประสานของเธอกับเบียงกี้ทำให้เจ้าหมอนั้นชอบใจน่าดูรอยยิ้มกวน

ประสาทบนหน้านั้น ถ้าเป็นตอนเมื่อก่อนเธอคงไม่มีทางได้เห็นจากหมอนั้นแน่ๆ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของเบียงกี้ก็ดังขึ้นหลังจากนั้นเบียงกี้ก็ขอโทษพร้อมกลับไปก่อน

 

 

 

 

ถ้าหมอนี้รังแกเธอโทรมาบอกฉันนะ ฉันจะรีบมาจัดการให้เลย เบียงกี้พูดพร้อมส่งสายตาคมกริบไปให้หมอนั้นก่อนที่จะเดินจากไป ส่วนเจ้าโคโรเนโร่ยักไหล่ท่าทางไม่ใส่ใจ

 

 

 

 

เธอยืนค้างนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังจากที่เบียงกี้เดินจากไปแล้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลสบกับในตาสีฟ้าของคนตรงหน้าก่อนที่หมอนั้นจะเดินเข้าบ้านของเธอไปอย่างไม่สนใจเจ้าของบ้าน ทำให้เธอเดินตามเข้าไปด้วยท่าทีหงุดหงิด

 

 

 

 

หมายความว่าไง เธอถามท่ามกลางความเงียบ หมอนั้นเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ

 

 

 

 

หมายความว่าไง  ที่นายบอกว่าต้องมาพักทีนี่ เธอถามอย่างแปลกใจ

 

 

 

 

พ่อแม่ของเธอกับฉันไปทริปเที่ยวยุโรป ฉันเลยโดนสั่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอ หมอนั้นพูดพร้อมเดินขึ้นห้องไปโดยไม่สนใจเธอ ว่าแต่เธอชักจะงงแล้วว่านี่มันบ้านใครกันแน่

 

 

 

 

 

----------------------------------------------------

 

 

 

Hello !~ test..test...

posted on 07 Nov 2009 22:43 by bleachpa

 

 

การอัพบล็อคครั้งแรกของข้าพเจ้า

ไม่ได้เข้ามาซะนานจนลืมพาสเวิดส์

ตอนแรกลืมแม้กระทั่งusernameกว่าจะเข้ามาได้ ช่างลำบากยากเย็น...

ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนที่แวะเข้ามาที่นี้(หวังว่าจะมีอ่ะนะ==;;)

เรียกเราว่านัทก็ได้นะ

ช่วงนี้เซ็งๆเบื่อๆ ใครว่างๆแวะมาคุยกันที่นี้ก็ได้

ใครจะฝากบล็อกโพสทิ้งไว้ได้นะ

ไว้จะแวะไปหาฮับ ^^a